หน้าแรก » การบำรุงรักษาลิฟต์

บริษัทติดตั้งลิฟท์โดยสาร กรุงเทพ - ดีทรัสส์

การบำรุงรักษาลิฟต์โดยสารให้ปลอดภัยและเป็นไปตามกฎหมาย สรุปได้ดังนี้

1. การบำรุงรักษาตามระยะเวลา

กฎหมายหลักคือ พระราชบัญญัติความปลอดภัยเกี่ยวกับอาคาร พ.ศ. 2558 และกฎกระทรวงฯ ว่าด้วยการตรวจสอบอาคาร ซึ่งกำหนดให้ลิฟต์เป็น "อุปกรณ์ประกอบอาคาร" ที่ต้องได้รับการตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างเคร่งครัด โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก

ก. การตรวจสอบและบำรุงรักษาประจำเดือน (ทุกๆ 30 วัน)

บริษัทผู้ให้การบำรุงรักษาลิฟต์จะต้องดำเนินการตรวจสอบตามมาตรฐานที่กำหนด เช่น 

  • ตรวจสอบมอเตอร์ขับลิฟต์ระบบความปลอดภัย (Safety Gear , Sensor ประตู , Over speed Governor เป็นต้น)
  • ตรวจสอบระบบไฟฟ้าและสายไฟ
  • ตรวจสอบระบบประตู (ระบบล็อคของบานประตูชานพักและประตูห้องโดยสารลิฟต์)
  • ตรวจสอบความนุ่มนวลในการเคลื่อนที่ของลิฟต์

ข. การทดสอบการรับบรรทุกน้ำหนักประจำปี 

เช่น กรณีของลิฟต์ต้องมีการตรวจสอบโดยวิศวกรเครื่องกลที่ได้รับใบอนุญาติระดับสามัญและออกหนังสือยืนยันได้

บำรุงรักษาลิฟต์โดยสาร
การเปลี่ยนอะไหล่ตามอายุการใช้งาน

2. การเปลี่ยนอะไหล่ตามอายุการใช้งาน

แม้ว่าอุปกรณ์บางชนิดจะยังไม่เสียหาย แต่เมื่อครบกำหนดการใช้งาน ควรเปลี่ยนอุปกรณ์ดังกล่าว เพื่อป้องกันมิให้ลิฟต์ชำรุด หรือ ขัดข้อง เช่น อุปกรณ์ดังต่องไปนี้ 

  • สลิงขับลิฟต์ (Hoist Ropes) อายุของสลิงลิฟต์ขึ้นอยู่กับการใช้งาน เช่น อาคารสำนักงาน และ ที่อยู่อาศัย มีอายุการใช้งาน 6 - 10 ปี หากมีสายขาด ลดขนาด หรือสนิมรุนแรง เพราะเป็นส่วนประกอบสำคัญที่สุด หากขาดอาจทำให้ลิฟต์ตกได้
  • ผ้าเบรก (Brake Lining): ตรวจสอบทุกเดือน หากสึกเกินกำหนด ปกติจะมีอายุการใช้งานประมาณ 3 - 5 ปี เพราะเบรกเป็นระบบหยุดฉุกเฉินและหยุดปกติ หากเสื่อมหรือสึกก่อนกำหนดส่งผลให้เบรกไม่อยู่เกินอันตรายได้
  • น้ำมันหล่อลื่นชุดเกียร์ (กรณีเป็นลิฟต์ที่มีระบบ Gear จำเป็นต้องมีการถ่ายน้ำมันเกียร์ทุก ๆ 2 - 3 ปี เพื่อให้ชุดเกียร์มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน
  • แบตสำรอง (Battery Gear) มีอายุการใช้งาน 2 - 3 ปี ทำงานเมื่อเกิดเหตุไฟฟ้าดับ แบตเตอรี่สำรองจะทำงานโดยให้ลิฟต์เคลื่อนเข้าจอดชั้นที่ใกล้ที่สุดและเปิดประตูให้ผู้โดยสารด้านในออกจากลิฟต์โดยสาร

3. ใบรับรองการตรวจสอบและบำรุงรักษารายเดือน

เอกสารที่ต้องมีเพื่อรับรองความปลอดภัย


ใบรับรองการตรวจและบำรุงรักษาประจำเดือน

  • ออกโดยบริษัทผู้ให้การบำรุงรักษาลิฟต์ ณ อาคารดังกล่าว
  • เข้าบำรุงรักษาทุกเดือน และต้องติดใบรับประกันการบำรุงรักษาลิฟต์ไว้ภายในห้องโดยสารลิฟต์

​​​​​​ทะเบียนคู่มือการใช้งานและประวัติการซ่อมบำรุง

  • ประวัติการซ่อมบำรุงต้องจัดเก็บไว้ที่อาคารเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ตลอดเวลา
Certificate
บทลงโทษทางกฎหมายเรื่องลิฟต์

4. บทลงโทษทางกฎหมาย

  • หากเจ้าของอาคารหรือผู้ครอบครองอาคารไม่ดำเนินการให้มีการบำรุงรักษาและตรวจสอบลิฟต์ตามที่กฎหมายกำหนดจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร หรือ พ.ร.บ.ความปลอดภัยเกี่ยวกับอาคาร
  • โดยมีโทษปรับสูงสุดถึง ไม่เกิน 200,000 บาท และปรับรายวันอีก ไม่เกินวันละ 10,000 บาท จนกว่าจะดำเนินการแก้ไข
  • หากละเลยจนเกินอุบัติเหตุร้ายแรง อาจมีโทษทั้งจำทั้งปรับ

แนวทางปฏิบัติ

  • จ้างบริษัทที่มีมาตรฐานในการบำรุงรักษาลิฟต์ และบันไดเลื่อน ให้เข้ามาบริการบำรุงรักษาประจำปี อย่างน้อย เดือนละ 1 ครั้ง
  • จัดหาบริษัทผู้ตรวจสอบ ตรวจสอบประจำปี ให้ทันก่อนใบอนุญาตใช้งานหมดอายุ
  • เก็บเอกสารทุกฉบับ ให้พร้อมตรวจสอบ รวมถึงประวัติการเปลี่ยนอะไหล่สำคัญ
  • สังเกตอาการผิดปกติ เช่น ลิฟต์ไม่หยุดเสมอชั้น เสียงดังผิดปกติ หรือประตูปิดหนีบ ไม่ควรรอให้เสียหายแล้วค่อยแจ้งซ่อม

การปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดการบำรุงรักษาอย่างเคร่งครัดจะช่วยยืดอายุการใช้งานของลิฟต์ และที่สำคัญที่สุดคือ ความปลอดภัยของผู้ใช้งาน


มาตรฐานระบบลิฟต์ คือ อะไร?

มาตรฐานสมาคมลิฟต์สากล (ส่วนใหญ่ยึดตามมาตรฐานยุโรป EN 81) คือข้อกำหนดด้านความปลอดภัย การออกแบบ การผลิต และการติดตั้งลิฟต์ เพื่อให้มั่นใจถึงความปลอดภัยของผู้ใช้งาน โดยมาตรฐานหลักคือ EN 81-20 (การติดตั้งทั่วไป) และ EN 81-50 (การทดสอบ) ซึ่งครอบคลุมระบบป้องกันประตูหนีบ , การเบรกฉุกเฉิน , และระบบป้องกันลิฟต์ตก

มาตรฐานระบบลิฟต์ส่วนใหญ่ยึดตามมาตรฐานยุโรป

  • EN 81-20 (Safety Rules for Construction and Installation) การติดตั้งทั่วไป ข้อกำหนดมาตรฐานสำหรับการก่อสร้างและการติดตั้งลิฟต์โดยสาร และลิฟต์โดยสารกึ่งขนของ
  • EN 81-50 (Testing and Examination) ข้อกำหนดในการทดสอบและตรวจสอบส่วนประกอบลิฟต์ที่สำคัญ เพื่อความปลอดภัย ครอบคลุมระบบอุปกรณ์ความปลอดภัยทั้งหมดของลิฟต์ที่ใช้กันทั่วไปใช้
  • EN 81-41 (Vertical Lifting Platforms) มาตรฐานพิเศษสำหรับลิฟต์แพลตฟอร์ม สำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ
  • ISO 9001:2015 , ISO 14001:2015 , ISO 45001:2018  มาตรฐานการบริหารจัดการคุณภาพ

อุปกรณ์ความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล

  • เครื่องควบคุมความเร็ว (Speed Governor) : ทำงานเมื่อลิฟต์วิ่งเร็วเกินกำหนด
  • ระบบเครื่องนิรภัย (Safety Gear/Clamps) : หนีบรางลิฟต์เพื่อหยุดลิฟต์ทันทีเมื่อลวดสลิงขาดหรือลิฟต์ตก
  • ระบบป้องกันประตู (Safety Shoes/Light Curtain) : ม่านแสงนิรภัยป้องกันประตูปิดหนีบผู้โดยสาร (ม่านแสงไม่น้อยกว่า 40 แนวเส้น)
  • อุปกรณ์หยุดลิฟต์ชั้นบนสุด/ล่างสุด (Terminal/Final Limit Switches) : ตัดระบบอัตโนมัติหากลิฟต์วิ่งเลยชั้นปกติ
  • ระบบแจ้งเตือนน้ำหนักเกิน (Overload Alarm) : เสียงเตือนและลิฟต์หยุดทำงานเมื่อบรรทุกเกินพิกัด

ในประเทศไทย นอกจากมาตรฐานสากลเหล่านี้แล้ว ระบบลิฟต์ต้องได้มาตรฐานสอดคล้องกับวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (ว.ส.ท.) และมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) อีกด้วย


ข้อควรรู้สำหรับการปรับปรุงลิฟต์เก่า Modernization ลิฟต์เก่า

  • ลิฟต์ที่มีอายุการใช้งาน 15 ปีขึ้นไป หรือเริ่มมีปัญหาอะไหล่หายาก ควรพิจารณา ปรับปรุงระบบลิฟต์ (Modernization)
  • การเลือกบริษัทในการปรับปรุงลิฟต์เก่า ควรเลือกบริษัทลิฟต์ที่มีมาตรฐานและประสบการณ์ในการปรับปรุงลิฟต์เก่า โดยมีผลงานที่น่าเชื่อถือ และมีการยอมรับเป็นอย่างดี
  • ควรเลือกบริษัทลิฟต์ที่ได้รับใบอนุญาตและมีประสบการณ์ ควรระบุในสัญญาว่าใช้อะไหล่ที่ไม่ได้ผูกขาด (Non-proprietary) เพื่อความสะดวกในการดูแลรักษาระยะยาว
  • การลงทุนในการปรับปรุงลิฟต์เก่า Modernization ไม่เพียงช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความสวยงาม แต่ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงระยะยาว และเพิ่มมูลค่าให้กับอาคารอีกด้วย

1. การอัพเกรดระบบขับเคลื่อนและควบคุม (หัวใจสำคัญของลิฟต์)

หัวใจของงานปรับปรุงลิฟต์เก่า Modernization คือการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ความนุ่มนวล และความปลอดภัยของระบบลิฟต์ ดังนี้

  • ระบบชุดควบคุม (Controller) เปลี่ยนจากระบบรีเลย์หรือระบบอนาล็อกเก่า เป็น ระบบไมโคร โปรเซสเซอร์ แบบดิจิทัล พร้อมระบบ Inverter VVVF (Variable Voltage Variable Frequency) เพื่อควบคุมการทำงานแม่นยำ , การขับเคลื่อนที่นุ่มนวล , การประหยัดไฟ , และระบบวิเคราะห์ปัญหาได้ด้วยตัวเอง   
  • เครื่องขับลิฟต์ (Traction Motor) เป็นแบบ AG Gearless หรือมอเตอร์แบบไร้เกียร์ เพื่อประหยัดพลังงานสูงสุด ไม่ต้องมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ และเพิ่มการเป็นมิตรต่อสิ่งแวะล้อม

2. การอัพเกรดระบบความปลอดภัย (เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายปัจจุบัน)

การปรับปรุงลิฟต์เก่า Modernization จะทำให้ลิฟต์เก่ากลับมามีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการใช้งานใกล้เคียงกับลิฟต์ใหม่ ดังนี้ เทียบเท่ารุ่นใหม่ รองรับกฎหมายอาคาร

  • ระบบประตู (Door Operator) เปลี่ยนชุดควบคุมประตู เป็นแบบ VVVF พร้อมระบบตรวจจับสิ่งกีดขวางแบบ Light Curtain + 3D- Cencer เพื่อการปิด - เปิดที่นุ่มนวล , ป้องกันประตูหนีบ
  • อุปกรณ์นิรภัย (Safety Devices) ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันลิฟต์ไหล (Unintended Car Movement Protection) เพื่อป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรงที่เกิดจากลิฟต์ไหล
  • ระบบสื่อสารฉุกเฉิน ติดตั้งระบบสื่อสาร 2 ทาง (Intercom) หรือโทรศัพท์ฉุกเฉินแบบแฮนด์ฟรี พร้อมไฟแสดงสถานะ เพื่อช่วยเหลือบุคคลหรือศูนย์ควบคุมตลอด 24 ชม. ช่วยเหลือเมื่อผู้โดยสารติดอยู่ภายใน

3. การปรับปรุงความสวยงามและติดตั้งระบบรองรับผู้พิการ 

  • ห้องโดยสาร (Cab Interior): เปลี่ยนฝ้าเพดานใหม่ พร้อมระบบไฟ LED, เปลี่ยนวัสดุบุผนัง (สแตนเลส, กระจก), เปลี่ยนพื้นลิฟต์ เพื่อให้ดูหรูหรา ทันสมัย สว่างสดใส เพิ่มมูลค่าอาคาร
  • ปุ่มกดและแผงควบคุม (Push Button And Operating Panelเปลี่ยนเป็นปุ่มกดแบบสัมผัส ปุ่มที่มีคอนทราสต์สูง , ติดตั้งจอแสดงผลดิจิทัล หรือแบบมีอักษรเบรลล์ (Braille) เพื่อรองรับการใช้งานของผู้พิการทางสายตาและผู้สูงอายุ
  • บานประตูชานชั้น (Landing Doors) สามารถทำสีบานประตูชานพักใหม่หรือหุ้มสแตนเลสเพื่อความสวยงามให้กับโถงลิฟต์ พร้อมทั้งเปลี่ยนลูกล้อประตู (Door Roller) เพื่อลดเสียงดังขณะเปิดปิด